......เพลงนี้อาจจะดูเศร้าไปหน่อยนะครับ แต่ก็เป็นบทเพลงที่สะท้อนภาพของคลองบางกอกน้อยในอดีตได้เป็นอย่างดี ความเป็นมาของเพลงบางกอกน้อย :- เพลงนี้แต่งโดยครูพิพัฒน์ บริบูรณ์ ผู้เป็นหุ้นส่วนทำเพลงกับครูไพบูลย์ บุตรขัน และเป็นสามีของ ศักดิ์ศรี ศรีอักษร นักร้องที่ดังที่สุดของประเทศไทยคนหนึ่งจากเพลง ผู้ใหญ่ลี เพลงนี้เนื้อหาเป็นเพลงที่บัวลอยคนรักจมน้ำตาย แล้วพายเรือออกตามหาศพบัวลอย ว่ากันว่าเพลงนี้ตอนแรกชื่อเพลง "ศพลอย" ให้ใครร้องก็ไม่มีใครยอมร้อง นริศ อารีย์ เห็นเพลงแล้วไม่เอาแน่นอน คำรณ สัมปุณนานนท์ ก็ไม่เอา ร้องได้ยังไงศพลอย ขนาดโฆษิต นพคุณ ก็ไม่เอา ขณะนั้นโฆษิตยังไม่ได้ดังมากยังปฏิเสธ จากนั้น ชัยชนะ ก็ออกเดินสายไปกับวงของครูพยงค์ มุกดา ครั้นพออายุ 18 ปี ก็แอบหนีครูพยงค์ ไปบันทึกเสียงให้กับ พิพัฒน์ บริบูรณ์ รวม 14 เพลง และได้ค่าเหนื่อยเป็นทองคำ 20 บาท งานนี้เขาได้อัดเพลงบางกอกน้อย ที่นักร้องดังหลายคน อย่างทูล ทองใจ , ชรินทร์ นันทนาคร และนริศ อารีย์ ปฏิเสธที่จะร้องเพราะความยาก แต่เพลงนี่ก็ทำให้เขามีชื่อเสียงโด่งดังในทันที และจากนั้นผลงานเพลงของชัยชนะ ก็เป็นที่ชื่นชอบของประชาชนมาอย่างยาวนาน
----------------------------------------- เนื้อเพลง -------------------------------------------
.......สุดคลองบางกอกน้อย พายเรือตามหาบัวลอย จนเหงื่อพี่ย้อยโทรมกาย ปากพี่ตะโกนกู่ ถึงยอดชู้ เพื่อนร่วมกาย ไม่รู้ว่าเจ้าจมหาย ลอยไปแห่งใดเล่าหนา ใจพี่แทบขาดแล้ว มือคงยังจ้ำยังแจว ตามหานางแก้วดวงตา ศพน้องเจ้าลอยล่อง อยู่ใต้ท้องสุธารา หรือว่าลอยออกนอกเจ้าพระยา จึงค้นหาไม่พบศพบัวลอย โถ เจ้าว่ายน้ำไม่เป็น ยังลงว่ายเล่น เพียงเห็นชื่นเย็นนิดหน่อย น้ำเชี่ยวยิ่งเหลือ เจ้าจึงเป็นเหยื่อคลองบางกอกน้อย จิตใจพี่ให้เศร้าสร้อย ถึงบัวลอยแม่จอมขวัญ สุดหล้าสุดฟ้าเขียว เธอเป็นแม่พระองค์เดียว ที่เหนี่ยวใจรักคงมั่น เจ้าสิ้นใจต่อหน้า ด้วยพี่คว้าเจ้าไม่ทัน เหมือนพี่พิฆาตเด็ดดวงชีวัน จอมขวัญนงนุชสุดบูชา @