Home » Entertainment » ต้องหน้าด้านขนาดไหน ไม่จ่ายค่างวดรถ แต่กล้าทำแบบนี้

ต้องหน้าด้านขนาดไหน ไม่จ่ายค่างวดรถ แต่กล้าทำแบบนี้

Written By Sonteen Teen on Tuesday, May 09, 2017 | 02:33 AM

 
เรียนพี่น้องประชาชน จากกรณีเมื่อวันที่ 6 พ.ค.60เพจเฟซบุ๊ก อยากดังเดี๋ยวจัดให้ V.4 โพสต์ข้อความพร้อมรูปภาพและคลิปวีดิโออธิบายเหตุการณ์ ของพนักงานเร่งรัดหนี้สินกำลังเข้าไปทำงานตรวจยึดรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊สหมายเลขทะเบียน ฌอ2979 กรุงเทพมหานคร กระทั่งมีชายไม่ทราบชื่อไม่สวมเสื้อใส่กางเกงขายาวไม่สวมรองเท้าเดินถือปืนออกจากบ้านหลังหนึ่ง และขึ้นไปที่นั่งคนขับ ก่อนขับรถคันดังกล่าวออกไป ต่อมาวันที่ 7 พ.ค.60 นางพัชรินทร์ จันทร์ศิริ และนางดาวรุ่ง สายทองคำ หญิงที่ปรากฏในคลิป ซึ่งเป็นพนักงานเร่งรัดหนี้สินได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.คันนายาว เพื่อเอาผิดชายในคลิปซึ่งอธิบายไว้ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นวันที่ 5 พ.ค.ที่ผ่านมา ในหมู่บ้านตะวันนา ย่านสายไหม โดย ตนเองเดินทางไปพร้อมทีมงาน4คนเพื่อเข้าไปทวงถามการค้างค่างวดผ่อนรถซึ่งไม่มีการจ่ายประมาณ2ปี ขณะที่ทำการพูดคุย หญิงดังกล่าวที่เป็นผู้ขับรถในขณะนั้นได้โทรเรียกสามีให้ออกมา ซึ่งชายดังกล่าวมีการพกพาอาวุธปืนดังกล่าวตามลักษณะในคลิป เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 8 พ.ค ทีสน.คันนายาว พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาว เปิดเผยความคืบหน้ากรณีดังกล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าชายที่ปรากฎในคลิป คือด.ต.เอกฉัตร สมสิริ ผบ.หมู่ สืบสวน สน.บางเขนซึ่งหลังเกิดเหตุได้นำปืนพร้อมใบพกพามามอบให้กับทางพนักงานสอบสวน และเบื้องต้นทราบว่าวันเกิดเหตุ ด.ต.เอกฉัตร ได้ออกเวรจากการปฏิบัติหน้าที่และได้นอนพักผ่อนอยู่ภายในบ้านพัก ต่อมาน.ส.นพวรรณ จีระ อายุ 34 ปี ภรรยาได้มาเรียกว่าบอกว่า มีคนมาล้อมปล้นจะเอารถไป ขณะที่ด.ต.เอกฉัตรหลับอยู่จึงตกใจ ไม่รู้ว่าบุคคลที่เอารถมาเป็นใคร จึงนำปืนพกติดตัวไปด้วย โดยขณะที่ออกมาไม่ทราบว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวเป็นใคร ไม่ทราบว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากไฟแนนซ์จริงหรือไม่เนื่องจากไม่มีการแจ้งเอกสารแสดงตน ด้วยความกลัวจึงได้ตัดสินใจนำปืนออกมาด้วย ซึ่งการจ่ายค่าผ่อนรถนั้นตนไม่ทราบ พ.ต.อ.สิงห์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้คดีดังกล่าวต้องแบ่ง ออกเป็น 2 กรรม 2 วาระ ส่วนแรกในคลิปมีการใช้อาวุธปืนข่มขู่ จากการตรวจสอบกับผู้บังคับบัญชาของด.ต.เอกฉัตรพบว่าการครอบครองอาวุธปืนมีใบอนุญาตครอบครองอาวุธปืนถูกต้อง รวมทั้งมีใบอนุญาตพกพาที่ทางผู้บังคับบัญชาออกให้ไว้สำหรับปฏิบัติหน้าที่เพราะว่าปืนราชการไม่มีให้เบิกต้องซื้อเป็นของตนเองโดยทางด.ต.เอกฉัตรได้นำอาวุธปืนพร้อมเอกสารหลักฐานมามอบให้กับพนักงานสอบสวนแล้ว ซึ่งในส่วนนี้ได้ดำเนินการแจ้งข้อหาผู้ใดทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือความตกใจ โดยการขู่เข็ญ ตัองระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 392 แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 6 แห่งประมวลกฎหมายอาญา(ฉบับที่ 22) กับด.ต.เอกฉัตร พ.ต.อ.สิงห์ เผยต่อไปว่า ขณะเดียวกันทางน.ส.นพวรรณ ได้เข้ามาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนในส่วนของคดีแพ่งที่มีการผิดสัญญาการซื้อขาย ซึ่งยอมรับว่ามาการขาดส่งจริง โดยทางน.ส.นพวรรณระบุว่าพนักงานเร่งรัดหนี้สินไม่ได้แสดงบัตรแต่อย่างใด โดยได้ให้ทางพนักงานสอบสวนตรวจสอบว่ามีการติดตามยึดรถถูกต้องตามขั้นตอนหรือไม่ รวมถึงการโพสต์ข้อความประจานลูกหนี้ ผู้ทวงหนี้สามารถทำได้หรือไม่ ซึ่งการจะยึดรถของไฟแนนซ์ต้องกระทำตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่องให้ธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญาพ.ศ.2555 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค และขณะนี้มีพ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ.2558 เรื่องการนำข้อมูลของลูกหนี้ไปเผยแพร่โพสต์ข้อความประจานลูกหนี้ เข้าข่ายความผิด ตามมาตรา 11 ห้ามผู้ทวงถามหนี้กระทําการทวงถามหนี้ วรรค (1)การข่มขู่ การใช้ความรุนแรง หรือการกระทําอื่นใดที่ทําให้เกิดความเสียหายแก่ร่างกาย ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของลูกหนี้หรือผู้อื่น มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และวรรค(3)การแจ้งหรือเปิดเผยเกี่ยวกับความเป็นหนี้ของลูกหนี้ให้แก่ผู้อื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทวงถามหนี้ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับครับ