เขาลือว่าเธอได้พบคู่ชื่นใหม่ มิทำให้ฉันหยุดรักเธอได้หนา
เพียงตัดใจให้เธอไปมิได้นา แล้วลืมรักล้นอุราฉันมอบนี้
เดาว่าฉันจะมีใหม่นั้นไม่ยาก ด้วยรักเธอจึงไม่อยากมีใหม่นี่
จากฉันไปได้อย่างไรไม่ไยดี ฉันลืมง่ายถึงเพียงนี้เชียวหรือไร
ก่อนเธอไปแน่ใจไหมในรักเขา มากกว่ารักของเราฤาไฉน
เพราะจากนี้ไม่เจอกันแต่อย่างใด หากแม้ฉันมันลืมได้ง่ายจริงเอย.
"Am I That Easy to Forget" แต่งโดยนักร้องเพลงคันทรี่ Carl Belew and W.S. Stevenson เมื่อปี 1958. บันทึกแผ่นในเมือง Nashville เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 1958 ออกวางขายในรูปแบบซิงเกิลในเดือนมีนาคม 1959 ติดอันดับ 9 ของชาร์ตเพลงคันทรี่อเมริกันในปีนั้น จากนั้นมีนักร้องอีกหลายคนนำไปคัฟเวอร์ใหม่ และยังติดชาร์ตอีกหลายครั้ง ผลงานของ Debbie Reynolds ,Skeeter Davis ปี 1960 ; Patti Page ปี 1968 ; Jim Reeves ปี 1973
เวอร์ชั่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดเป็นซิงเกิลของ Engelbert Humperdinck ที่ออกมาปลายปี 1967 ในอัลบั้ม The Last Waltz ขึ้นไปถึงอันดับ 3 ของชาร์ตเพลงอังกฤษ และเป็นเพลงอันดับ 18 ของ The Hot 100 และอันดับ 1 ในประเภท The Easy Listening Chart เมื่อต้นปี 1968 ได้รับความนิมยมมากใน Ireland นอกจากนี้ เขายังทำออกมาเป็นภาษาอิตาเลียนในชื่อ "Dimenticarti non potrei" ("I couldn't forget you")
หลายครั้งที่คนเราอยากลืมกลับจำ หรืออยากจำแต่กลับลืม นักจิตวิทยามีวิธีบริหารสมองเพื่อการจดจำดังต่อไปนี้
การผ่อนคลายความเครียด
หลังจากผ่อนคลาย จะทำให้ลดความกังวลต่าง ๆ ไม่กดดันมากจนเกินไป เมื่อคุณกลับมาคิดอีกครั้ง สมองก็จะตอบสนองคุณได้เป็นอย่างดี
การฝึกสมองให้มีสมาธิ
จะทำให้คุณนิ่ง มีสติอยู่กับตัว นึกและจดจำสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเราได้ง่ายขึ้น
การเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ
หมั่นเรียนรู้ในสิ่งที่เราไม่เคยรู้มาก่อน เพื่อกระตุ้นสมองให้เปิดรับโลกใหม่ ๆเช่นการเรียนรู้ภาษาต่างชาติ
หมั่นมีกิจกรรมทางเซ็กส์
เซ็กส์ทำให้เส้นประสาททั้งหมดในร่างกายทำงานพร้อมกัน ซึ่งถูกเชื่อมโยงไปถึงสมองด้วย ความรักและการแสดงความรักก็เป็นสิ่งหนึ่งที่สมองเราต้องการเช่นเดียวกัน
Credit : http://www.never-age.com